อัพเอนทรี ครบรอบวันตายของลุง ปีที่12 คนเรามักจะไม่อยากจำเรื่องบางเรื่อง จะเป็นเรื่องอะไรก็ตามแต่ เช่นปัญหาที่แก้ผิดพลาดหรืออะไรต่อมิอะไรที่เก็บกดเอาไว้ในใจ ทุกสิ่งจะประดังประเดออกมาตอนก่อนที่จะตาย

 

     เมื่อ12 ปีที่แล้ว ท่านลุงของเจ้าของบล๊อก เสียชีวิตด้วยเนื้องอกร้ายในสมอง มันกัดกร่อนชีวิตแล้วก็ความทรงจำของท่านไปมากมายมหาศาล ท่านจำไม่ได้แม้แต่ชื่อของไอ้โก๊ะเอง วันคืนมันผ่านไปอย่างเชื่องช้าจริงในขณะนั้น แต่ว่า ต่างก็ไม่อยากให้มันจบลง ให้ความรู้สึกเหมือนต่อแถวรอฉีดยาสมัยเด็ก เมื่อไหร่เราจะเป็นคนหัวแถว แต่พอผ่านไปมันก็โล่งอกพอสมควร

  ในขณะที่ดูฟ้าเปลี่ยนสี ดูเวลาที่ค่อยๆเดิน แล้วก็ลุงที่จำแม้แต่ชื่อไม่ได้ ในขณะที่ก่อนมันจะจบลง ท่านก็เอาชนะมันได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น ท่านเอาแต่ พูดถึงยาย แล้วก็ ด่าว่าตาด้วยความน้อยใจ โก๊ะเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่ท่านไม่อยากจำแน่ๆ จนวันสุดท้าย ท่านเดินมาหาไอ้ดก๊ะที่ห้องหนังสือ วินาทีที่เห็น โก๊ะก็ทราบท่านทีว่า มันถึงเวลาที่เราจะต้องร่ำลากันแล้ว ปาฏิหาริย์ มักจะเกิดวินาทีสุดท้ายเสมอ ท่านมานั่งคุยกับไอ้โก๊ะเหมือนเมื่อวันเก่าๆ ทั้งเรื่องที่น่าจำแล้วก็เรื่องที่ไม่น่าจำ เราต่างขอบอกขอบใจกัน ที่ต่างคนต่างอยู่ด้วยกันมา คุยด้วยกันตลอดหลายปี ที่ท่านหนีออกจากบ้านไป ทิ้งครอบครัว ทิ้งทุกคน ก่อนที่จะกลับมา เพื่อรู้ว่ายายเสียไปแล้ว ท่านขอโทษที่เคยทิ้งไอ้โก๊ะไปหลายต่อหลายครั้ง เพราะว่าท่านเลี้ยงเด็กไม่เป็น วันนั้นเวลาเดินไปเรื่อยๆ ฟ้าค่อยๆเปลี่ยนสี ก่อนที่ ท่านจะหลับไป 

 บางครั้งในชีวิตอาจจะมีคำขอโทษมากกว่าคำขอบคุณ ไอ้โก๊ะก้แค่รอให้ฟ้าสว่าง วันนั้นเป็นวันที่เงียบที่สุดในชีวิต เสียงที่เคยได้ยินก็ไม่มีอีก ทั้งเสียงด่า เสียงเทลาะ เสียงหัวเราะ ถึงไม่ได้ร้องไห้ แต่ก็ ได้แต่นิ่งเงียบ 

  ก่อนตาย ท่านเผชิญแต่เรื่องที่ท่านอยากจะลืม ไม่มีซักเรื่องที่ท่านอยากจะจำ ไม่มีความรัก มีแต่สิ่งที่น่าเสียใจ คนเรามักจะโกหก ว่า ไม่เคยนึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป แต่เนื้อแท้แล้วความเสียใจนั้นก็จะอยู่กับเราไปจนวันตาย ไอ้โก๊ะไม่รู้ว่ามีกี่เรื่องที่ตัวเองจะจำได้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต ได้แต่คิดว่า คำสุดท้ายคือ อยากจะเอ่ยขอบคุณ มากกว่าเอ่ยคำขอโทษ 

ส่วนลุงอีกท่านหนึ่งก็เสียชีวิตในเดือนเดียวกันนี้ ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลศิริราช ท่านก็เรียกไอ้โก๊ะมาบอกว่า ให้หาข้าวให้แม่ของไอ้ดก๊ะกิน แล้วต้องเป็นปลาด้วย ไอ้โก๊ะไม่ทราบความหมายชัดเจนก็ต่อเมื่อไปเล่าให้ป้าฟัง ท่านเฉลยว่าเมื่อก่อน พอลุงคนโตหนีออกจากบ้าน ภาระทั้งหมดก้ตกอยู่กับลุงคนรอง ท่านทนความเหนื่อยยากไม่ได้ เลยหนีไปอีกคน ทำให้น้องต้องอดมื้อกินมื้ออยู่พักหนึ่ง แม่ของเจ้าของบล๊อกเป็นน้องคนเล็ก ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็เลยร่างกายอ่อนแอไม่สบาย ลุงรู้ข่าวก็กลับมา แล้วท่านก็ไม่เคยหนีไปอีกเลย แต่เรื่องในคราวนั้น กลับเป็นสิ่งที่ท่านจำมาตลอดชีวิตท่าน เป็นความผิดบาปในใจที่ไม่ได้ลบล้างไป ทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดของท่านเลย

 แล้ววาระสุดท้ายของท่านทั้งสองคนก็ดันจำคนที่ไม่อยากจำอย่างคุณตา ไอ้โก๊ะซะด้วยน่าเศร้าจริงๆ

 ดังนั้น ชีวิตคือการแก้ไข หากว่า ทำผิดพลาด อย่าปล่อยทิ้งร้างไป เพราะว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเอ่ยคำว่าเสียใจออกมาก่อนที่จะดับสลายไป

 ไม่อยากจะเขียนว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับการตาย แต่เดือนนี้เป็นเดือนที่เฮงซวยที่สุดในรอบปี อยากจะให้สิ้นเดือนเร็วๆ ลุงทั้งสองคนก็ มาตายเอาเดือนเดียวกัน ทั้งไที่ไม่มีเวลามานั่งนิ่งเงียบแท้ๆเชียว

  

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อืม เข้าใจค่ะ เรื่องแบบนี้

พออ่านของเจ้แล้วรู้สึกทำให้นึกถึง อาม่ายังไงไม่รู้ คนที่กำลังจะ...ที่มีห่วงอะไรชักอย่างที่สุดในชีวิตมักจะนึกย้อนขึ้นมา เรื่องราวในอดีตทั้งหมดจะย้อนกลับมา

สิ่งสำคัญที่สุดของตนเองในตอนนี้ คือ พยายามอย่าคิด อย่าทำให้ตนเองแย่ไปกว่านี้ รู้สึกแย่ รู้สึทุกข์กะอะไรชักอย่าง จนทำให้เราเสียสุขภาพจิต แล้วเขาก็อาจจะเป็นห่วงจนไม่สบายใจได้
เราต้องเข้มแข็งค่ะ เพื่อคนที่รักเราจริงๆ

ถึงบางทีแนนเองจะไม่แสดงให้เขาเห็นอย่างเด่นชัดก็เถอะค่ะ

แนนเชื่อเมื่อคนเรายังไม่สิ้นหวังก็ไม่เคยที่จะใส่ใจกับสิ่งที่ควรค่าแก่การใส่ใจ แต่พอถึงวันนั้นของชีวิตที่สายเกินไป กลับมานึกย้อนว่า เสียดายเวลา (สำหรับบางคนที่ยังคงชะล่าใจ)

นี่ล่ะ คนเราถึงได้บอกกันว่า...

"มักจะกลัวจุดเปลี่ยนแปลงของชีวิตตนเองเสมอ"

ชะนั้น "ถ้ารักใครอยากปกป้องเขานานๆ ต้องดูแลตนเอง"(ซึ่งแนนพยายามทำอยู่)

สุดท้าย อย่าใช้อารมณ์ชั่ววูบในการตัดสิน เพราะ ยังไงจุดจบของการตัดสินด้วยอารมณ์มักจะจบไม่ค่อยสวยทั้งสิ้น

สู้ ๆ ค่ะเจ้โก๊ะ <<<(เป็นพรประจำตัวแนนไปแล้ว)

big smile big smile big smile big smile

#1 By ~Nanshu SinKID~ on 2009-06-12 08:55

เนอะ

#2 By PUMP201 on 2009-06-12 10:17

คนที่ยังอยู่ก็ได้แต่จำนี่แหละค่ะ ยังไงก็สู้ๆนะคะ

#3 By Moondog on 2009-06-12 10:23

อ่านบล็อกพี่ทีไร เม้นไม่ออก อ่านแล้วมันจุกค่ะ
แต่ก็ฉุกคิดอะไรได้ทุกทีเลย ^^

สู้ๆ นะคะ

#4 By Kwanrapee_The_Artist on 2009-06-12 21:45

ว่ากันตามตรงแล้ว ในชีวิตเรายังไม่เคยสูญเสียคนสำคัญในชีวิตเลยสักคน เลยไม่รู้ว่าพูดอะไรไปแล้วจะตรงใจหรือสะกิดใจบ้างหรือเปล่าล่ะนะ sad smile

คนเรายิ่งเติบโตก็ยิ่งมีเรื่องให้ต้องพึ่งพิงคนอื่น ในโลกนี้คงไม่มีใครหรอกที่ไม่ติดค้างคนอื่น เพราะฉะนั้นถึงมีคำว่า ขอบคุณ และ ขอโทษ ให้ใช้ตามสถานการณ์

ให้อภัยคนอื่นแล้วก็อย่าลืมให้อภัยตนเองนะ big smile

#5 By masked v (58.9.6.86) on 2009-06-12 22:23

ความตายก็น่าสนุกดีถ้ามันไม่เจ็บมาก สำหรับบางคนแล้วความตายอาจหมายถึงการพักผ่อนหลังจากที่ได้ทำหน้ากอบกู้โลกมาพักใหญ่ และจะได้รู้กันซะทีว่านรกมันมีจริงหรือไม่ ถ้าตายไปแล้วไม่เจออะไร ไอ้ที่เคยเผลอทำแมวอะไรเอาไว้ก็ไม่ต้องรับผิดรับชอบเลยเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่งดี ๆ นี่เอง

#6 By จุดสิ้นสุดจุดเริ่มต้น (58.64.55.225) on 2009-06-13 22:59

นรกมันมีให้ตกอยู่แล้ว ตั้งแต่ยังไม่ตายนี่ล่ะ ถ้าผ่านไปได้ ก็ยิ่งกว่าถูกหวย

#7 By GOH-TIC on 2009-06-15 19:56

sad smile

#8 By (118.175.72.2) on 2009-08-21 13:28

อย่างที่ว่านะแหละว่า
คนเราเกิดมาจะช้าจะเร็วก็ต้องตาย
แก้วที่มันแตกแล้วยังไงถึงจะเอากาวมาต่อก็คงไม่ดีเหมือนเก่า สู้หาอันใหม่ดีกว่า

ส่วนตัวคิดว่า ชีวิตไม่ได้มีไว้แก้ไข แต่มีไว้สร้าง

สร้างเรื่องดี สร้างแต่ความดี ให้แก่ตนเองและคนอื่นก็พอ
ส่วนความตายจะมาเผชิญเมื่อไรก็เรื่องของมัน
ในเมื่อ เราได้ทำในเรื่องที่เราไม่รู้สึกเสียใจที่ได้ทำลงไปแล้ว

ส่วนเรื่องร้ายที่เข้ามาท่านว่า ให้เป็นเรื่องที่เรารู้จักหาวิธีแก้ไขไว้เป็นบทเรียนชีวิตไป
โดยกฏของเรื่องร้าย ๆ ก็คือ ถ้ามันมาเป็นประจำ ๆ ก็จะเป็นเรื่องธรรมดาไป

เพราะฉะนั้นถ้าเกิดรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีตัวเองต้องตายก็ไม่เห็นจะต้องคิดมาก
คิดในแง่ดีซะว่า โชคดีจังพรุ่งนี้เราจะไม่ต้องลืมตามามีชีวิตประจำวันซะที

ยังก็ไม่มีอะไรจะปลอบเจ้าของบล็อกเพราะดูเป็นคนถึก ๆ น่าจะทำใจได้ question
คิดซะว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แล้วก็หาวิธีรับสิ่งที่มันจะเกิดก็พอsad smile

#9 By Christiee (124.122.203.235) on 2009-08-26 15:04