แค่จะไปดูดอกบ๊วย3

posted on 25 May 2009 17:45 by gohmadfish  in Story

ไปภูเขาหิมะ

 

     อันที่จริงไม่ได้ไปเจอกับหิะมะอะไรหรอก แต่ว่าแค่ขึ้นไปที่ทุ่งราบที่ใกล้กับยอดที่สุด เพื่อ ที่จะชมวิวป่าสนแล้วก็ภูเขาหิมะ ที่มีหิมะเกาะอยู่ยอดๆเท่านั้นเอง ภูเขานั่นมีชื่อเรียกว่า ภูเขาหิมะมังกรหยก

 

ถ่ายก่อนขึ้นไปด้านบน ที่เรียกว่าภูเขาหิมะมังกรหยกเพราะว่า มีลักษณะเหมือนกับมังกรหมอบอยู่ในสายหมอก แล้วช่วงนี้ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่วันที่จะได้เห็นมังกรหมอบชัดๆ ฟ้าสีจัดสวยมาก แดดแรงจนดำ แต่อากาศหนาว ประมาณ13-14 องศา กินโค้กได้โดยที่ไม่ต้องแช่เลย เพราะว่ายิ่งสูงก็หนาวขึ้นด้วย ขนาดต้องใส่เสื้อโค้ทบางๆแล้ว 

 

 

สวยทีเดียว แต่ทุ่งหญ้ากระหรอมกระแหรมเพราะว่าลมมันแรงแถมหิมะก็พึ่งจะละลายหมาดๆ  ทุ่งไม่สวยมากแต่ฟ้าใส สวยแล้วก้เคลียส์สุดๆ จริงๆถ้าไปดูภูเขา ก็ชอบที่ โยเซเมติที่อเมริกาที่สุด มันสวยมาก จะว่าไปเ้ราก็แฟนพันธุ์แท้ภูเขาเลยนะเนี่ย ชอบภูเขามากกว่าทะเล แล้วไอ้หน้าร้อนที่ผ่านมา มีคนแนะว่าน่าจะไปมัลดีฟวื ก่อนที่มันจะจมทะเล เราก้คิดว่า อืม ไม่ไปดีกว่า เลยเลือกมาที่จีนแทน เพราะว่ารู้สึกคิดถึงอากาศเย็นๆ ขึ้นที่สูงให้ ความดันขึ้นให้แสบจมูกเล่นดีกว่า ใช่ พอขึ้นไปสูงมากๆ ซัก สามสี่พันก็ รู้สึกแสบจมูกพิลึก คงเพราะว่าความดันเปลี่ยน พูดถึงเรื่องลมฟ้าอากาศมีเรื่องควรแนะนำอยู่เหมือนกัน

     เวลาที่เรานอนในโรงแรม ถ้าอากศหนาวมาก เค้าจะมีฮีทเตอร์ให้ แต่ถ้าเราอยู่บนที่สูงอากาศจะเบาบางมาก ขอแนะว่าเปิดจริงแต่ให้เปิดหน้าต่างแล้วรองน้ำอังเอาไว้ในอ่างแล้วเปิดห้องน้ำ เพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศ ไม่งั้นจะหายใจไม่ค่อยออก แล้วจะไม่สบายได้ ที่หลี่เจียงจะเริ่มมียาประบสภาพความสูงขายพร้อมกับอ๊อกซิเจน แนะว่า สำหรับคนพื้นราบไม่ค่อยชินกับอาการ ควรซื้อเอาไว้ แล้วก็ กินยาปรับสภาพซะ ส่วนอ๊อกซิเจน ถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่าเกินความจำเป็นหรือไม่ต้องการ เราก็ควรจะ สูดบ้าง ไม่ให้เลือดขาดอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงสมอง เพราะว่าบางทีเราจะไม่รู้ตัวว่าเราขาด บางคนก็เิดนตาลอย สติเริ่มเบลอ แต่คิดว่าตัวเองเหนื่อย แน่นอน ต้องเหนื่อยง่ายอยู่แล้วเพราะว่าหากว่า มีระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น อ๊อกซิเจนในเลือดจะน้อยตามลงไป ที่เค้าว่า เดินหนึ่งก้าวที่นี่เท่ากับห้าก้าวที่พื้นราบ ดังนั้น อย่าประมาทจะดีที่สุด น๊อกไปแล้ว เที่ยวไม่สนุกเสียเงินเปล่า ไม่ได้อะไรแถมอาจจะอันตรายถึงชีวิต ที่สำคัณค่อยๆเดิน สูดลมหายใจให้เต็มปอดแล้วอย่าวิ่งจะดีที่สุด

ไกด์สองสาวน่ารัก คนซ้ายไกด์ท้องถิ่น คนขวา ไกด์ จีนประจำของเรา

 

เป้าหมายชีวิต ดอกเหมย กับ ดอกแต้ฮวย หรือคาเมลเลีย แล้วก็เชอรี่นั่นเอง ฟ้าสีจัดมาก ถ่ายรูปออกมาได้สวย กล้องที่ใช้เป็นกล้องฟิล์ม ของนิคอน รุ่นมือบิด ใช้อย่างรุ่นอนุรักษ์ทีเดียว ทำไมใช้กล้องฟิล์ม อันที่จริงเอาไปสองตัวนะ มีดิจิตอลกับ ฟิล์ม แล้วก็ใช้ทั้งสองกล้องนั่นล่ะถ่ายรูปเก็บ บางอันต้องการงานละเอียดๆขยายได้ใหญ่ๆ ก็ใช้ฟิล์ม แต่ถ้าอันไหน ต้องการงานที่เก็บไว้ดูเฉยๆ ก็ใช้ดิจิตอล แล้ว กล้องฟิล์มมีเลนซ์ซูมด้วยก็ นับว่าทดแทนกล้องส่องทางไกลที่ไม่ได้เอาไปด้วย น่าเสียดายที่ไม่ได้ติดเอาไป

    เราอยู่ด้านบานได้ก็ทานข้าวเที่ยงก็ลงมาเพื่อ ดูโชว์ที่ไอ้โก๊ะไม่ดู แล้วก็เป็นโชว์แรกๆที่ค่อนข้าแปลกที่โชว์กลางวันกลางแดดที่แรงจัดมาก แรงจัดจริงๆจนน่าตกใจ แน่นอนคนไปดู ก็ เป็นหวัดแดดไม่สบายกันเป็นทิวแถว แต่เราชิวๆ นั่งกินน้ำโค้กชมวิวแล้วก็นอนเอาแรง 

   พอดูโชว์อะไรนั่นจบ เราก็ได้โอกาสลงมาด้านล่างเจอกับแมตต์บังคับขายยาจีนของรัฐบาล พวกครีมไข่มุกอะไรอย่างนั้น แต่โดยส่วนใหญ่ ก็มักจะมีกันหมดแล้วเพราะว่าเสร็จที่ทรปปักกิ่งกันหมด แต่เพื่อความไม่ประมาทไอ้โก๊ะตรวจล่มยาก่อนจะซื้อกอเอี๊ยแล้วก็น้ำมันถูนวดมา เพราะว่าเคาท์เตอร์เพนที่อุตส่าห์พกไป มันดันเป็นแบบคูล ด่าตัวเองนิดหน่อย แต่คนเราก็พลาดกันได้

  เนื่องจากมีการแทรกโปรแกรม ตอนเย็นเลยเวลาเหลือเยอะ แล้วพี่ส่าวก็ไม่สบาย เลยให้เค้ากินยาแล้วก็นอนไป ส่วนตัวเองก็ เดินออกมาข้างนอกเพื่อไปเที่ยว ที่หลี่เจียงเป็นเมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อที่ค่อนข้างเจริญ ที่นี่ไอ้โก๊ะได้เหล้ามาฝากเพื่อน หลายขวด ก่อนจะไปเดินเล่นตามที่ต่างๆ โดยการใช้ภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆ ผสมภาษาใบ้บ้าง แล้วก็กลับมานอนที่โรงแรม เป็นคืนสุดท้ายก่อนที่จะเดินทางไปจงเตี้ยน หรือเขตกลางของชางกรีล่าอันขึ้นชื่อ

 

ไปจงเตี้ยน หรือ แชงกรีล่า

แชงกรีล่าได้ชื่อมาจากภาษาธิเบตแปลว่าสวรรค์บนโลกมนุษย์ ใช่เกือบไปสวรรค์น่ะนะ ทางนี่ โค้งตลอดไต่เขาตลอด จนนึกว่าตัวเองจะลงไปนอนก้นเหว แถมอาลุงหม่าเรามิได้ธรรมดา คุณลุงหันมาคุยกับไกด์ด้วย

แชงกรีล่า รู้จักกัน อย่างแพร่หลายมาจาก นวนิยายของชายชาวอังกฤษ ที่ชื่อ James Hilton กับเรื่องดังของเขา Lost Horizon นวนิยายเรื่องนี้เกี่ยวกับการที่พวกเขา นั่งเครื่องบินไปแล้วก้ถูกจี้ ก่อนที่จะตกลงไปในหุบเขาแห่งหนึ่ง ที่แห่งนั้นมีความสวยงามมาก อย่างที่บรรยายในหนังสือว่า เป็นดังสวรรค์ที่ไม่อาจมีในโลกอันโหดร้ายใบนี้ ภายหลังที่หนังสือออกขายไป ก้มีคนสนใจมากมาย เกี่ยวกับชางกรีล่า แห่งนี้ ซึ่งนั่้นก้เป็นเรื่องภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว ชางกรีล่าจึงได้ถุกค้นหา จากคณะเดินทาง จนในที่สุด ก็ได้มาถึงที่จงเตี้ยนแห่งนี้ ยามฤดูใบไม้ผลิ ทุกคนจึงได้ ประกาศว่าได้พบ ชางกรีล่าแล้ว



ถ่ายจากบนรถ ทางไปจงเตี้ยน ระหว่างทางก็เป็นภูเขา แล้วก้เป็นเขตหิมาลัยแล้ว เป็นวิวภูเขาที่สลาบซับซ้อนแล้วก็มีความสวยงามมาก ความไม่ธรรมดาของลุงหม่ามีหลายอย่าง แม้ว่าจะ คุยกับไกด์ก็ยังเข้าโค้งได้อย่างสวยงามไม่พอ แกยังไม่ค่อยเบรกด้วย แถมผ้าเบรกรถแกก้ยังเสียงแปลกๆ แต่ก็ดูจะมั่นใจกับผ้าเบรกที่แกเคยชินว่าเป็นอย่างนั้น อืมก็ปล่อยแกไป ถ้าแกเปลี่ยนแล้วขับตกเขาล่ะก็

  ระหว่างทางไกด์ ก็บอกว่า เราอาจจะเจอห้องน้ำที่มหัศจรรย์กว่านี้หลายเท่า ให้เราเตรียมใจเอาไว้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ ไอ้โก๊ะก็โอเ้คล่ะ ไม่มีอะไร เลวร้ายไปกว่าส้วมเนปาลแล้วในความคิดไอ้โก๊ะ ถ้าโหวตเป็นสิ่งมหัศจรรย์ได้ก็อยากจะโหวตให้ชนะเหมือนกัน

จุดแวะพัก โค้งแรกแยงซี

 

 

นี่เป็นจุดโค้งแรกของแม่น้ำแยงซีเกียง ที่เป็นแม่น้ำสายสำคัญของชาวจีน ที่นี่เต็มไปด้วยไร่ผลไม้ แล้วก็ไร่สตอเบอรี่ แม้ว่าจะโลโซกว่าเกาหลี ญี่ปุ่น แต่ว่าก็ เนเชอร์ดี ถามว่าถูกมั้ยก็ถูก แต่ซื้อแล้วก็ต้องลงทุนล้างด้วยน้ำขวดถึงสองขวดเพื่อ ชะล้างสิ่งสกปรกออกไปให้มากที่สุดก่อนกิน แต่ไอ้โก๊ะก็หย่อนยาฆ่าเชื้อลงไปก่อนที่จะเทล้าง ยาฆ่าเชื้อแบบเม้ดมีขายตามร้านขายยาใหญ่ๆ ควรจะมีติดตัวไปทุกที่เวลาเดินทางนะ ดูเอกสารวิธีใช้ให้ละเอียดก่อนใช้ อีกอย่างคือ เจลใสล้างมือ เพื่อความสะอาด แถมถ้าไปไกลๆ ก่อนทานอาหารควรลวกช้อนส้อมของตนเองให้สะอาดก่อนใช้ ยาที่ต้องเตรียมไป ยาแก้หวัด ยาแก้บิดแบบมีตัวไม่มีตัว ก็น่าจะติดตัวไปด้วย แต่ถ้าขึ้นที่สูงมากต้องระมัดระวังการใช้ยาบางชนิด ที่มีส่วนผสมของพาราเซตามอล

 

 

แก่งเสือกระโจน เป็นจุดที่เราแวะรับไกด์ท้องถิ่นที่เป็นคนทิเบต เขาเป็นชายร่างใหญ่ วัยสี่สิบที่เป็นปู่คนแล้ว ชื่อว่าอาหว่าง อาหว่างเก่งมาก สามารถพูดได้หลายภาษา ทำให้ไอ้โก๊ะดีใจมาก ที่ไม่ต้องฟังยายกระต่ายแปลแบบกูเกิ้ลอีก  ไอ้แก่งเสือกระโจนนี่ เป้นแก่งหินที่ต้องลงบันไดไปอีกสามร้อยกว่าขั้น เพื่อรับชม หินที่ในตำนานเล่าถึงเสือตัวหนึ่งเอาไว้กระโดดหนีนายพรานรอดตายมาได้ไม่ต้องเป็นพรมหนังเสือประดับห้องพระราชา

  อาหารที่นี่เริ่มเป็นอาหารแบบทิเบต ที่ค่อนข้างรสชาติ ถูกใจไอ้โก๊ะทีเดียว อากาศเย็นมากขนาดว่าไม่ต้องแช่โค้กก็เย็นเจี๊ยบ เลยดื่มเข้าไปค่อนข้างเยอะเพื่อรักษาระดับกลูโคส รวมทั้งกินน้ำเข้าไปเยอะๆเพราะว่าอากาสแห้งแล้วก้อ๊อกซิเจนน้อย อย่าลืมทีเดียว

 

วัดจงเจ้าหลิง ภายหลังออกมาจากแก่งเสือกระโจน เราก็ไปยังวัดจงเจ้าหลิง เพื่อชมโปตาลาน้อย หรือวัดจงเจ้าหลิง ที่สร้างเลียนแบบ พระราชวังโปตาลาที่ทิเบตนู่น แต่มีขนาดเล้กกว่ากันมาก หากใครเคยลากวังขารตัวเองไปโปตาลาแท้มาแล้ว อันนี้เบบี้มาก ก็อย่างที่ว่าค่อยๆเดินรับชมกันไม่ต้องรีบ อากาศที่นี่แห้งแล้งเวิ้งว้างมาก

 

หมาทิเบต กำลังเป็นที่นิยมของชาวจีน บางสายพันธุ์จะมีราคาที่แพงมาก ว่าถึงหมามีเรื่องน่ารู้อีกอย่าง หมาแมวที่เมืองจีน ใครจะบังอาจเลี้ยงต้องไปทำบัตรประชาชนหมาแมวด้วย โดยเสียค่าทำเนียม 200หยวนต่อปี แล้วก็ต้องขึ้นทะเบียนตลอดว่าตายหายอย่างไร ทำให้ชาวจีนขยาดที่จะเลี้ยงสัตวื แล้วถ้าหากใครเลี้ยงต้องเสียเงินมากกว่าค่าซื้อ แล้วก็ต้องดูแลให้ดีด้วย ซึ่งเป็นเหตุให้ หลายพื้นที่เราพบเห็นสุนัขแล้วก็แมวน้อย ไม่ใช่เพราะว่าโดนกิน แต่เพราะว่า คนไม่อยากมีภาระมากนั่นเอง

ที่นี่ก็พี่สาวฉกค่าสเดาะห์เคราะห์ไปอีก พอสมควรได้ประคำมาสองอัน คออันหนึ่งเอาไว้ทำสมาธิ กับที่แขนเป็นกำไลของพี่สาว พอรู้สึกว่าสบายขึ้นก็เดินปร๋อดูนู่นดูนี่ตามประสาพวกไฮเปอร์ เราก็เดินแบบแก่ๆของเราไปเรื่อยๆประเภทเหนื่อยรึก้พักนั่นเอง

   ตอนเย็นก็เข้าพักที่โรงแรม ที่นี่เราจะพักสองคืน แต่ว่าไม่ติดกัน เพราะว่าต้องขึ้นไปถึงธารน้ำแข็งหมิงหย่งที่ ตี่ชิง เป็นวันที่เมื่อยมาก แต่มีเป็ดให้กินก็พอใช้ได้ รู้สึกดีขึ้น กับผลไม้ที่กินมากกว่าอาหารซะอีก

  พี่สาวน๊อก ต้องใช้อ๊อกซิเจนช่วย กับให้กินยาแล้วก็นอน กำลังเป็นห่วงว่าครั้งหน้ามันจะตามเราไปเที่ยวจิวไก๋โจ้ว มันจะรอดมั้ย

        ว่าแล้วก็จบไปอีกวันหนึ่ง ของการที่ยว  ซึ่งวันพรุ่งนี้เราต้องขึ้นไปจุดสูงที่สุดเพื่อ ชมวิว ยอดเขาโอรสสวรรค์ แล้วก็ไปยังอำเถอเล็กๆที่มีชื่อว่าตี๋ชิง

 

 


edit @ 25 May 2009 19:02:21 by GOH-TIC

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คนขับคงชินทางแหละครับ
ไม่งั้นได้ไป แชงกรีล่า จริง ๆ แหงแซะsad smile

#1 By ChimERaTeDdY on 2009-05-25 19:28

นั่นสินะเกือบๆแล้ว

#2 By GOH-TIC on 2009-05-25 19:53