แค่จะดูดอกบ๊วย2

posted on 23 May 2009 16:22 by gohmadfish  in Story

มาดูภาพต่อ บางคนบอกว่าเหมือนวัดเล่งเน่ยยี่ ก้รู้สึกว่าดูจะเป็นอย่างนั้น5555 ในภาพ เป็นภาพตอนที่กำลังจะหนึ่งทุ่มแล้ว แต่ว่ามืดช้ามาก ในบริเวณเต็มไปด้วยต้นสนสวยๆ แล้วก็ต้องแปะก๊วย แม้ว่าต้นไม้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ดัด แบบลักษณะสวนจีน แต่ว่า ก็รู้สึก สวยมาก ซึ่งเวลาเดินไปเดินมาก็ชักจะวังเวง เพราะว่าหลังจากคณะเราก็ไม่มีคนขึ้นมาอีก

 

 

สิงหื แม่ เลี้ยงลูก

 

 

เจดีย์สามองค์ เป็นสัญลักษณ์ของต้าหลี่ ภาพนี้ถ่ายตอนที่ลงมาด้านล่างแล้วก็ กำลังจะไปตลาดเก่าเมืองต้าหลี่ แล้วก็กลับที่พักไปทานข้าวเย็น

 

 

 

ตลาดเมืองเก่า ซึ่งบรรยากาศนี้ เราจะไปเจออีกครั้งตอนไปหลี่เจียง ที่นี่ เสียเงินนิดหน่อยกับของๆพี่สาว แล้วก็ไป กินขนม แป้งอะไรก็ไม่รู้หวานๆ รสชาติเหมือนตังเม แต่คลุกแป้ง รสชาติเหมือนแป้งดิบ ก็อร่อยดี แต่กลัวท้องเสียชะมัด พูดก็พูด ตอนที่มาถึงที่นี่ ก็รู้สึกว่า ท้องไม่ค่อยดีแล้วก็หงุดหงิดเล็กน้อยพอประมาณ แถมนอนไม่ค่อยหลับ เพราะว่า เป็นคนนอนต่างบ้านแล้วนอนไม่ค่อยหลับจริง ถ้ามีพี่สาวอีกคนมาด้วย แต่นี่นอนไม่หลับตั้งกะมา หลับก็หลับไม่สนิท กระสับกระส่ายตลอด บางทีเลยค่อนข้างเพลัยแล้วก็ทานไม่ลงบ้าง วันนี้เลย พยายามจะหาผลไม้ทาน ก็มาได้ที่นี่

 

 

ลูกเบอรี่อะไรซักอย่าง ไม่แพงมากสามหยวนก็ราว15บาท เปรี้ยวดี กินแล้วสดชื่นขึ้น  ซื้อคละๆกันมากับเชอรี่ป่าที่เห็นๆว่าออกลุกแดงๆตอนนั่งรถผ่านมานั่นเอง ปริศนาไขกระจ่างแล้ว แต่ตอนเย็นๆ ไอ้โก๊ะก็ ไม่ค่อยเจริญอาหารอยู่ดี เลยพยายามกินน้ำเยอะๆ แล้วก็รักษาระดับกลูโคสในร่างกายให้สมดุล ทางพี่สาวก็ ออกอาการอยู่บ้างแต่ไม่น่าห่วงอะไร แต่ไอ้ดก๊ะแค่คิดว่าต่อไปจะไปถึงหลี่เจียงที่มีระดับความสูงมากกว่า ดอยอินทนนท์ พวกเราจะเป็นอะไรมั้ย จากที่เคยไป คิริมันจาโรมา หรือตามที่สูงๆ อย่างจุงฟรา หรือ ลาซา เอง ก็ คิดว่ามันไม่น่ามีปัญหา ปัญหาคือเรื่อง พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจจะทำให้เกิดอาการอะไรหรือเปล่า

 

ไปหลี่เจียง

 

              ตอนเช้าตรู่ เราจะไปที่หลี่เจียง ยามเช้าพี่สาวก็กินอะไรไม่ลงเลยให้กินมาม่าที่พกมาไป แต่คนพกดันไม่ได้แตะซักกระป๋อง  ซึ่งพอเราจะเดินทางไปที่หลี่เจียง ก็ต้องเปลี่ยนรถ เป็นคันที่เล็กลง แล้วก็ใช้คนขับรถท้องถิ่นอย่าง ลุงหม่า ซื่อฝู แต่ไกด์จีนก็ยังคงใช้ หนูกระต่ายคนเดิม

              ซึ่งหลังจากร่ำลากับไกด์ท้องถิ่นที่ชื่อ หยางจิงฮวา เราก็ออกเดินทางจากต้าหลี่ ระหว่างทาง โก๊ะก็พบว่า ไเราไม่ได้ พูดถึงสัญลักษณ์อีกอย่างของต้าหลี่ นั่นคือ ทะเลสาป ที่มีชื่อแปลว่า หู มันเหมือนตรงไหนไม่รู้ แต่ สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นทะเล ก็บอกว่ามันคือทะเล มันก็นับว่ากว้างมากจริงๆ ไกด์ เองก็บอกว่า ปลาที่เราทานกันเมื่อเย็นวาน ก็เป็นปลาขึ้นชื่อของทะเลสาปหู อร่อยดีเหมือนกัน แต่ว่าก้างก็เยอะเป็นเรื่องปรกติของปลาน้ำจืด

            พอเราเดินทางมาได้ซักพัก ก็ต้องเจอกับแมตต์บังคับของการทัวส์จีน คือ ตลาดหยก ซึ่งโดยส่วนมากนักท่องเที่ยวบางคณะจะมาแวะเข้าห้องน้ำซะส่วนใหญ่  ซึ่งห้องน้ำก็กว้างขวางเหมาะแก่การแวะพักดี ซึ่งตลาดแห่งนี้ ทางการจีนสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนจีนที่ต้องการทำมาหากิน มาขายของได้ฟรีฟรี คนค่อนข้างเยอะ แม้ว่าเศษฐกิจจะแย่อยู่บ้าง อย่างที่เห็น คนจีนชอบหยก ซึ่งที่นี่ ก็โดนพี่สาวรูดทรัพย์ไปอีก 600 หยวน(ต่อนี้ให้คูณ 5 ตลอด) กับกำไล สลักลายปลามังกร ไหนๆก็ไหน เลย ซื้อฝากน้องสาวไปด้วยเลย เพราะว่านิสัยเหมือนกัน คงจะชอบอะไรคล้ายๆกัน  ว่าถึงหยก หยกมีหลายราคา เท่าที่เห็นราคาไม่กี่สิบหยวนก็มี ไปถึงราคาหลายพัน ถึงหมื่น หรือแสนหยวน แต่หยกที่ดี เวลาเราจะซื้อ ถ้าเอาของดีๆ ก็ยกส่องขึ้นกับไฟ ถ้าใส ก็เป็นว่าใช้ได้ ต้องส่องแล้วดูโปร่งแสง แล้วก็ มีลายเมฆขาวๆด้วย แต่ถ้าซื้อเป็นเครื่องประดับเฉยๆ ไม่คิดมาก ก็เน้นที่สลักสวยๆ ราคาไม่มากก็โอเค 

       อย่างที่ว่า พอเจ๊ได้มาก็ใส่โชว์ทันที ทำให้ คณะเราช้าลงอีกนิด เนื่องจากบางคนก็เกิดเปลี่ยนใจ อยากได้ขึ้นมากระทันหัน

 

หลี่เจียง

 

ตอนที่รถกำลังแล่นเข้าหลี่เจียง ก้ได้เห็นทุ่งดอกมัสตาร์ด ที่ มีฉากหลังเป็นหุบเขาหิมะมังกรหยกไกลๆ รวมทั้งแลเห็นภาพบ้านเมืองที่ยังคงอนุรักษ์ของเก่าอยู่ ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ที่นี่คือ ชนกลุ่มน้อยชาวหน่าซี ดังนั้นไกด์ท้องถิ่นของเราจึงเป็น ไกด์ชาวหน่าซีสาวสวย แต่ไม่สวยสำหรับที่นั่น เพราะว่า เขานิยมแบบอ้วนดำ ลื่อ จิงหลิง ไม่อ้วนแล้วก็ไม่ดำ เธอน่ารักมากสำหรับชาวพื้นราบ

   เราทานข้าวกลางวันแบบเลทๆกันที่นี่ ที่หลี่เจียงเราพบกับคณะนักท่องเที่ยวคนไทยมากมาย แบบว่าเยอะจริงๆ เยอะจนน่าตกใจ แถมร้านค้าหลายร้านพูดไทยได้นิดๆหน่อยๆ  เราไปที่ สวนสาธารณะ สระมังกรดำ

 

น้ำใส มาก แล้วก็ค่อนข้างกว้าง แต่ไม่มาก มาที่หลี่เจียง โก๊ะก้พบว่าดอกบ๊วยส่วนใหญ่บานแล้ว!!!!!! แม่เจ้า เป้าหมายชีวิตเลยนะนั่น แต่ไกด์ก็ปลอบใจว่าสูงๆกว่านี้น่าจะยังมีอะไรดีๆเหลืออยู่ 

วัดภายในสวนสาธารณะ รอนานมากกว่าจะได้โดยไม่ติดฝรั่งที่พึ่งเดินขึ้นไป พอออกจากวัดมา ไอ้โก๊ะก็เดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้พบกับเธอ เป้าหมายชีวิต

 

 

 

อันนี้ออกลูกแล้ว

 

 

สมกับเป็นฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้กำลังบาน 

 

เมืองโบราณ หลี่เจียง ที่นี่ ยูเนสโก ได้ประกาศให้ ที่นี่เป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลก ซึ่ง คนที่นี่ก็ยังคงใช้ชีวิต แบบเดิมๆอยู่ แม้ว่าตอนเดินเข้าไปจะเสียอารมณ์กับป้าย ร้านคาเมล

 

เมืองโบราณ 

 

 

ที่นี่มีร้านขายของมากมาย  โดนค่า หนังสือแนะนำโปสการ์ด ร่มพี่สาวไป300หว่าหยวน แต่เท่าที่ดูก็ไม่มีอะไร เดินเข้าไปลึกๆก็เป็นบ้านคน ก็เลยเดินออกมา ซื้อ ไอติมกันไปแท่งหนึ่ง

 

ตอนเย็นมีเรื่องน่าหงุดหงิด เมื่อมีคนอยากจะดูโชว์ แต่ไอ้โก๊ะไม่อยากดู แต่ดูเหมือนว่า จะมีการแทรกโปรแกรม แต่ว่า สามารถ เลือกไม่ดูได้ ซึ่งไอ้โก๊ะไม่ขอดู แถมตอนเย็น อาหารไทย ที่รสชาติ ขอกินอาหารจีนดีกว่า

แล้วก็หมดวันที่หลี่เจียง นอนด้วยความหงุดหงิด แต่ก็ รอว่าพรุ่งนี้จะได้ขึ้นไปยังทุ่งราบด้านบนที่เป็นป่าสน เพื่อชมวิวดีๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 23 May 2009 19:31:16 by GOH-TIC

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดอกไม้สวยมาก ๆ เลยค่ะ
สีหวานมาก ๆ

#1 By Koreastory.org on 2009-05-23 19:49

ไม่เคยเห็นดอกมัสตาร์ตอ่ะ

อยากเห็นจัง

#2 By ChimERaTeDdY on 2009-05-23 22:50

อะ อิจฉาพี่โก๊ะจัง ได้ไปเที่ยวที่วิวสวยๆแบบนี้ด้วย
ยูนแค่นประเทศยังไม่มีเวลา (และปัญญา)ไปเลยอ่ะค่ะ *กระซิก*

ลูกเบอรี่น่ากินมากก ไม่แพงด้วย โอ้วว

#3 By yooney มาเยือน~ on 2009-05-24 12:41

ลูกเบอร์รี่อะไรซักอย่างผมอยากกิน

#4 By PUMP201 on 2009-05-25 09:09